Profil von albertike-tomatteFotosBlogListenMehr Extras Hilfe

albert potjes

Beruf
Ort
Interessen
albertpotjes@hotmail.com

Windows Media Player

Foto 1 von 18
Weitere Alben (84)
16 Dezember

ก๋วยเตี๋ยวผัดงี่เง่า

 
เมื่อวานไปเดินเล่น... พอดีแวะผ่านร้านนี้ เห็นเมนูหนึ่งบนป้ายที่ไม่ค่อยชัดก็เลยถามด้วยความฉงนใจ "ป้า นี่ก๋วยเตี๋ยวผัดขี้เมาหรอ?" ป้าตอบ "ไม่ใช่ ก๋วยเตี๋ยวผัดงี่เง่า" ใส่กุ้งกับเห็ดหอม... เออ ชื่อแปลกดีเว้ย เลยลองสั่งมาเจี๊ยะ ก็อร่อยดีนะ... แต่เห็นเป็นร้านข้างถนนแบบนี้อย่านึกว่าถูกนะ "จานละ 100 ครับพี่น้อง!!" (ขนาดฝรั่งเห็นราคาแล้วยังส่ายหัวอ่ะ 555)
 
 
เออ แล้วอีกเรื่อง "เจ้เจ้าของร้านมาดแกฮาดีว่ะ" แบบเจ๊แกจะมีไม้จิ้มฟันอันหนึ่งปักอยู่บนฟันหน้าตลอดเวลา (หยั่งกะหลุดมาจากในหนังของโจวซิงฉือเลย ;-P 555) แถมพวกคนต่างชาติเวลาผ่านร้านเจ๊แกก็จะชอบเข้ามาถามทาง เจ๊แกก็จะ speak ภาษาปะกิตบอกทางให้ (เสียดายลืมถามที่มาของชื่อ "ก๋วยเตี๋ยวผัดงี่เง่า" 555)
 
09 Dezember

แบล็คแมว (แบล็คเมลแมว)

แบล็คแมว (แบล็คเมลแมว)
"ดูซิแมวกับหมามันยังรักกันได้ แล้วนับประสาอะไรกับคน..." (แม่มตีกันอยู่ได้!! 555)
 
 
19 November

อัจฉริยะบันลือโลก

อัจฉริยะบันลือโลก

 

เมื่ออาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสมานั่งดูรายการที่ตัวเองแปล

(นั่งดูกันทั้งครอบครัวเลย ตอนแรกเสียงส่วนใหญ่จะดูรายการ "ดาวกระจาย" แต่พอเปิดดูรายการนี้สักพัก ทุกคนไม่ยอมเปลี่ยนช่องครับ นั่งดูกันจนจบเลย ฮา... แลบลิ้น)

รายการที่ว่านี้มีชื่อว่า "Superhuman: Genius" 

(ถ้าใครได้ดูแล้วรู้สึกบทพากย์บางช่วงฟังดูแหม่งๆต้องขออภัยด้วย เพราะบทสนทนาใน script หายไปสัก 30% ผมเลยต้องมานั่งแกะเองงมเอง เข้าเรื่องแล้ว เข้าเรื่อง...)

มันเป็นสารคดีที่ว่าด้วย 5 อัจฉริยะแห่งโลกปัจจุบัน

ซึ่งมีทั้งอัจฉริยะแต่กำเนิด, อัจฉริยะจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม, อัจฉริยะจากความทุพพลภาพ, อัจฉริยะจากการปลูกฝังแต่เด็ก, และอัจฉริยะจากการฝึกฝน

 

คนแรกได้แก่...

ยอดจิตรกรน้อย Akiane Kramarik

 

อัจฉริยะทางด้านการวาดภาพวัย 15 ปี สำหรับเธอผู้นี้จะใช้คำว่าพรสวรรค์ก็คงไม่ผิดนัก!

 

 

 

อาคีอันเน่อเริ่มต้นการวาดภาพตั้งแต่วัย 4 ขวบ โดยเธอกล่าวอ้างว่า "พระเจ้าประทานพรสวรรค์นี้ให้เธอ เธอได้รับนิมิตจากพระเจ้าตั้งแต่ยังเล็กๆ และเธอนำสารเหล่านั้นมาถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบ"

แค่ในวัย 5 ขวบ อาคีอันเน่อก็สเก็ตช์ภาพได้ในระดับฝีมือเหมือนผู้ใหญ่ และพอ 8 ขวบเธอก็วาดรูปพระเยซูลงบนผืนผ้าใบอย่างชำนิชำนาญ (รูปนั้นชื่อว่า "Prince of Peace" ลองหาดูใน google ได้ครับ น่าจะมี clip ตอนเธอกำลังวาดภาพ)

 

ปัจจุบันเธอมีผลงานภาพวาดกว่า 100 รูป และเคยมีนิทรรศการเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้สาวน้อยยังกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยเธอสามารถทำรายได้เดือนละกว่า 100,000 ดอลลาร์จากภาพพิมพ์

ส่วนภาพวาดต้นฉบับของเธอที่เคยขายได้ในราคาสูงสุด ได้แก่ภาพ "The Challenge" ในสนนราคา 175,000 ดอลลาร์!

 

บางคนแย้งว่า "พรสวรรค์ของเธอไม่ได้มาจากพระเจ้าหรอก แต่มาจากการฝึกฝนทุ่มเท!!"

ทั้งนี้เนื่องจากเธอเริ่มวาดรูปอย่างจริงจังตั้งแต่ 4 ขวบ

และด้วยการเรียนในแบบโฮมสคูล เธอจะตื่นตั้งแต่ตี 4 อาทิตย์ละ 6 วัน และวาดรูปวันละ 5 ชั่วโมง (ลองคูณเข้าไปกับเวลาร่วม 10 ปี!!)

โดยวิชาโปรดของเธอคือ วาดรูป, การพิมพ์, และกวี แต่เธอเกลียดเลขจึงไม่เรียนมันเลย!

 

 

อัจฉริยะด้านความจำ...

Ben Pridmore

 

หมอนี่ออกจะเพี้ยนๆ แต่ผมชอบที่สุดใน 5 คนนี้เลย!

 

จากในบรรดา 5 คน "เบน" ดูจะแตกต่างกว่าใครเพื่อน...

(จะว่าแบบเก๋ๆก็คือ "เป็นอัจฉริยะ แต่กินไม่ได้" 555 แลบลิ้น)

 

เบนเป็นอัจฉริยะด้านความจำ แต่เค้าไม่คิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ และความสามารถนี้ก็ไม่ได้ติดตัวเค้ามาตั้งแต่เกิด

เบนเริ่มฝึกฝนตัวเองในช่วงวัยยี่สิบกลางๆ โดยเค้าเริ่มจากการหัดจำสำรับไพ่

เบนจะมีความสามารถในการจดจำพวกตัวเลข, เครื่องหมาย, ไพ่, บาร์โค้ด ในเวลาจำกัด ซึ่งเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ! (ตอนดูผมอึ้งเลยครับ เลขบาร์โค้ดเป็นสิบๆตัว พี่แกจำได้หมด ทำได้ไง?? ประหลาดใจ)

 

โดยเบนเป็นเจ้าของสถิติโลกจำไพ่ทั้งสำรับ (52 ใบ) ได้ในเวลาแค่ 24.68 วินาที!!

 

สำหรับเคล็ดลับในการเป็นอัจฉริยะด้านความจำของเค้าน่ะเหรอ...

มันมาจากการฝึกฝนครับ กล่าวคือ โดยปกติคนเราจะใช้ความจำช่วงสั้นในการจดจำสิ่งที่อยู่เฉพาะหน้า อย่างเช่น "เลขโทรศัพท์" ซึ่งเราจะจำกันได้อย่างมากแค่ 7 ตัว และแค่แป๊บเดียวก็ลืม   แต่สำหรับเบน เค้าจะเปลี่ยนตัวเลขและเครื่องหมายเหล่านั้นให้เป็นข้อมูลภาพซึ่งถูกบันทึกอยู่ในส่วนของความจำถาวร ดังนั้นเค้าจึงสามารถจำได้มากและจำได้นาน! โดยเบนจะใช้เวลาฝึกกับกลุ่มของเค้าที่เป็นชุมชนฝึกสมองเฉพาะด้านในอังกฤษ

 

แต่อัจฉริยภาพของเบนก็ไม่ได้ทำให้เค้าสุขสบาย...

ความสามารถนี้ไม่ได้ทำเงินให้พ่อหนุ่มเนิร์ด และเนื่องจากเค้าได้ลาออกจากงานนักบัญชีเพื่อมาฝึกปรือขัดเกลามัน พอว่างงานหลายปีเข้าตอนนี้เค้าจึงถังแตก! และกำลังหาทางกลับไปทำงานสายในบัญชีอีกครั้ง

 

‘Rain Man’ ตัวจริงเสียงจริง...

Kim Peek

 

เขาคือผู้ป่วยออทิสติกอัจฉริยะ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครของ Dustin Hoffman ในหนังรางวัลออสการ์เรื่อง Rain Man

 

 

คิม วัย 58 ปี เค้าเกิดมาพร้อมกับโรคซาวองท์ ซินโดรม และสมองเสียหายมาแต่กำเนิด

แต่ถึงแม้จะมีความบกพร่องทางพัฒนาการ เค้าก็ได้พรสวรรค์ด้านความทรงจำติดตัวมาแทน โดยว่ากันว่า เค้าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความจำดีที่สุดในโลก หรือบ้างเรียกเค้าว่า สารานุกรมเดินได้ โดยคิมนั้นเป็นคนที่ถ้าได้อ่านหนังสืออะไรเข้าไปก็จะจำได้หมด โดยเค้าจำหนังสือได้มากกว่า 12,000 เล่ม (คิม จะต่างกับ เบน ตรงที่คิมจะเชี่ยวชาญในเรื่องการจำพวกประวัติศาสตร์, วัน-เดือน-ปี, ข้อมูลรายละเอียด)

 

สำหรับต้นเหตุแห่งอัจฉริยภาพของคิมซึ่งแม้แต่ตัวเค้าเองก็ยังอธิบายไม่ได้นั้น...

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้เคยศึกษาสมองของคิม กล่าวว่า สมองของคิมซึ่งได้รับความเสียหายมาตั้งแต่เกิดไม่มีแท่งคอร์ปัส คาโลซัม ที่เป็นตัวเชื่อมโยงสมองซีกซ้ายและขวา นั่นทำให้สมองของคิมมีการเชื่อมโยงวงจรแตกต่างจากคนปกติทั่วไป

 

นักดนตรีอัจฉริยะวัยกระเตาะ

Ariel Lanyi

 

เด็กชายชาวยิววัย 12 ขวบผู้นี้ ก้าวเข้าสู่วงการแจ๊ซตั้งแต่วัย 7 ขวบ และเปิดตัวระดับยุโรปในเทศกาลเพลงแจ๊ซที่อิตาลีตอน 10 ขวบ!

 

 

 

อาเรียล ถือเป็น 1 ในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของแนวคิดอัจฉริยะสร้างได้...

กล่าวคือพ่อแม่ของเค้าได้ปูทางให้เค้าเป็นนักดนตรีมาตั้งแต่เกิด!

กาบี้ พ่อของอาเรียล ซื้อเปียโนมาตั้งไว้รอท่าในบ้านก่อนที่ลูกชายจะออกมาลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ

และให้ลูกน้อยได้ฟังดนตรีตั้งแต่ในวัยทารก (ตามสันนิษฐานที่ว่าทารกสามารถซึมซับเรียนรู้ได้ทุกอย่าง ยิ่งเริ่มเรียนรู้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งได้เปรียบ)

 

ก่อน 3 ขวบ อาเรียลสามารถจำแนกเพลงเปียโนได้ว่าเป็นของศิลปินคนไหนและอยู่ในคีย์ไหน

ตอน 5 ขวบ อาเรียลเริ่มหัดเรียนเปียโนเอง พร้อมกับเข้ารับบทเรียน

พอ 7 ขวบ เค้าก็ได้เล่นเปียโนให้กับวงออร์เคสตร้าของผู้ใหญ่แล้ว

 

แต่บางครั้งการเร่งรัดมากไปก็ไม่ใช่สิ่งดี!

ผมสังเกตได้ว่า แม้อาเรียลจะเป็นเด็กที่ชาญฉลาด มีพรสวรรค์ทางดนตรี และมีความมั่นใจ แต่บางครั้งเขาก็แสดงอาการกดดันออกมาให้เห็นกันแบบชัดๆ โดยเฉพาะตอนหนึ่งในสารคดีที่เขาต้องไปเล่นดนตรีในบาร์ตอนดึก ซึ่งเป็นเวลาที่เด็กอย่างเขาควรจะเข้านอน พอเล่นไปได้พักใหญ่เขาง่วงจนไม่อยากจะเล่นต่อ แต่เพื่อความเป็นมืออาชีพเขาจึงทนฝืนเล่นต่อจนจบ (พ่อของอาเรียลให้เหตุผลว่า ถ้าลูกเขาอยากเป็นศิลปินเพลงแจ๊ซก็ไม่สามารถเลี่ยงสิ่งนี้ได้ เพราะคงจะไม่มีแฟนเพลงแจ๊ซมาดูศิลปินเล่นตอนกลางวัน)

 

นอกจากนี้ อาเรียลไม่ชอบคำว่าเด็กอัจฉริยะ...

เพราะเค้าคิดว่า นักดนตรีเด็กอัจฉริยะหมายถึงคนที่เล่นเป็นเร็ว แต่ไม่เข้าใจดนตรี

แต่เจ้าหนูน้อยนิยามตัวเองว่า ผมเป็นนักดนตรี ไม่ใช่แค่นักเปียโน (อาเรียลมีผลงานประพันธ์เพลง และเล่นเครื่องดนตรีอย่างอื่นได้ด้วย)

เขาแตกต่างตรงที่เข้าใจดนตรีและสามารถวิเคราะห์มันได้ด้วย

 

แต่สำหรับเส้นทางการเป็นนักดนตรีอัจฉริยะของอาเรียลนั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์...

 

 

นักวิทยาศาสตร์จิ๋ว

Ainan Cawley

 

อัจฉริยะน้อยผู้นี้ผ่านการสอบเคมี O-Level ตั้งแต่ตอน 7 ขวบ!!

 

 

 

ทางบ้านของไอนันเริ่มค้นพบว่าหนูน้อยมีความสนใจในทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ตอน 6 ขวบ

โดยป้าของไอนันเห็นเค้าหยิบหนังสือเคมีมาอ่านและท่าทางเข้าอกเข้าใจ ก็เลยหยิบกระดาษข้อสอบโอ-เลเวล มาให้เค้าลองทำ ซึ่งเค้าก็ตอบถูกเสียด้วย

 

พ่อของไอนันพอรู้เข้าก็ส่งเสริมและผลักดันเต็มที่...

โดยไอนันเรียนเคมีด้วยตัวเองทางอินเตอร์เน็ต และผ่านการสอบโอ-เลเวล เมื่อตอน 7 ขวบ

วาเลนไทน์พ่อของไอนัน คิดว่า การเรียนในโรงเรียนภาคปกตินั้นไม่ได้ให้อะไรแก่ลูกชาย นอกจากเพื่อนและเสียงหัวเราะ

ถึงกระนั้นไอนันก็ต้องเรียนมันไปตามหลักสูตรภาคบังคับ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ได้เข้าไปเรียนวิชาเคมีภาคปฏิบัติกับนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปี 3 ด้วย!

 

สำหรับเคสของ ไอนัน นั้นผมคิดว่าอาจมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม

กล่าวคือตัวพ่อของไอนันเองนั้น วาเลนไทน์ ได้ผ่านการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่เคมบริดจ์

และก็เริ่มสนใจในเคมีตั้งแต่ตอน 6 ขวบ ไม่ผิดเพี้ยนไปกับลูกชาย (แต่อาจจะเนื่องด้วยไม่ได้รับการส่งเสริม หรือมีปัญหาอะไรสักอย่าง)

 

ซึ่ง วาเลนไทน์ นั้นได้กล่าวเน้นย้ำว่า เด็กๆมีพรสวรรค์แตกต่างหลากหลาย แต่พวกเค้าไม่ได้รับโอกาสที่จะพัฒนาพวกมันอย่างเต็มที่ แต่กระนั้นเราจะไปบังคับเค้าไม่ได้ เราต้องตามใจเค้า ให้เค้าได้พัฒนาสิ่งที่เค้าชอบไปตามกำลังของตัวเอง

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

09 November

สำนวนอังกฤษ 84

สำนวนอังกฤษ 84  หัวใจสีแดงหัวใจสีแดงหัวใจสีแดง

(idioms & slangs 84)

 

 

 

ตอน 2 ขอรับ...

เอาให้เลี่ยนกันไปข้างหนึ่ง! แลบลิ้น

 

เบอท

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

 

IDIOM รัก

ภาษา LOVE (2)

คำเตือน: อ่านบ่อยๆระวังมีอาการเรอ(ทัก) ปวดหัว(ใจ) เป็นลมพิษ(วาส) หรือถึงแก่ความรัก

 

 “Say Love” (บอกรัก)

 

ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันได้พบกับเธอ ก๋วยจี๊

มันก็เกิดอาการสะท้านใจ

ฉันพร่ำเพ้อ เฝ้าฝันถึงแต่เธอ (I dream about you.)

รักคุณเข้าแล้วเป็นไร (I fall in love with you.)

รักจนคลั่งไคล้จริงจัง (I’m crazy for you.)

หัวใจมันเรียกร้องแต่จะเจอ

 

ฉันไม่รู้ว่าจะได้เจอก๋วยจี้อีกเมื่อไร.....

อีกหลายสิบวันกว่าจะได้กลับมาเช็ดกระจกให้ห้างนี้ อย่างนี้มันต้องมีแผน

แต่ก๋วยจี้หนอก๋วยจี๊ เธอดันทำงานอยู่ที่แผนกชุดชั้นในหญิงเสียนี่!

ไอ้เราชายชาติเชื้อ จะให้เดินดุ่มเข้าไปก็กระไรอยู่

แต่ถ้าไม่ยอมเข้าถ้ำเสือ ก็คงจะไม่ได้ลูกเสือ

เพื่อรักแล้วฉันทำได้ทุกอย่าง (I’d do anything for love.)

 

เริ่มแรกฉันต้องลงทุนใส่วิกแต่งหญิงเพื่อไปสอดแนมที่แผนกชุดชั้นใน

หนุ่มกรรมาชนหน้าบ้านๆอย่างฉัน แต่งหญิงแล้วอย่างกับกระเทยควาย

แต่เอาก็เอา ก็หัวใจมันเรียกร้อง

ฉันด้อมๆมองๆ เฝ้าดูจนรู้ว่าเธอกลับบ้านเวลาไหน? ขึ้นรถเมล์สายไหน?

อ้อ รถเมล์สาย 8 นี่เอง!”

  

ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็จะมาคอยซุ่มรอเธอที่ป้ายรถเมล์ทุกวัน

บางวันฉันก็จะตามขึ้นรถเมล์ไปด้วย เธอลงสุดสายที่ป้ายแฮปปี้แลนด์ แดนหรรษา

ฉันได้แต่เฝ้าตื๊อเฝ้าตามอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ

ฉันนึกในใจว่า ก๋วยจี๊ คงจะเริ่มคุ้นขี้หน้า ไอ้มะระ คนนี้บ้างแล้วล่ะ

แต่ถ้าตูข้าเอาแต่ตื๊อแบบนี้ สักวันเธอคงจะหาว่าเราโรคจิต

อีกอย่างถ้าเรามัวแต่แอบรัก (secretly in love)

รักนี้ก็คงจะเป็นได้แค่รักข้างเดียว (One-sided love)

 

แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็นำพาให้ฉันได้เข้าไปรู้จักเธอแบบจริงจังเป็นครั้งแรก

แถมเป็นการเข้าถึงแบบประชิดตัวเสียด้วย!

เรื่องของเรื่องคือ ระหว่างที่ฉันแอบตามเธอขึ้นรถเมล์สาย 8 ไปได้สักพักใหญ่

จู่ๆคนขับก็ซิ่งทิ้งโค้ง ทำเอาผู้โดยสารล้มระเนระนาด

ไอ้มะระที่ยืนโหนราวอยู่ท้ายสุด วาร์ปข้ามมิติไปอยู่ข้างหน้าได้ในพริบตา!

แล้วพลันใดนั้นก็เจอแม่ก๋วยจี๊ล้มคะมำอยู่ข้างๆ

เป็นอะไรมั้ยครับคุณ? ฉันถามไถ่อาการและช่วยพยุงเธอขึ้นมา

ไม่เป็นไรค่ะคุณ แต่อูย เจ็บหลายๆ!” เธอตอบ

และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พูดคุยกับเธอ

 

หลังจากวันนั้นมา ทุกครั้งที่เราเจอกันบนรถเมล์ ก็จะยิ้มทักกัน พูดคุยกันบ้าง

แล้วมันก็ได้จังหวะป๊ะเท่งป๊ะ ตรงที่ฉันต้องไปทำงานเช็ดกระจกที่ห้างของเธอพอดี

ฉันน่ะรู้มาก่อนแล้วว่าเธอทำงานอยู่บนชั้น 3 แต่เธอน่ะยังไม่รู้หรอกว่าไอ้มะระทำงานอะไร

พอนั่งร้านขึ้นไปถึงชั้น 3 ฉันก็เฝ้ารอจังหวะที่ก๋วยจี๊จะหันมา

ฮั่นแน่! จ๊ะเอ๋!!” ฉันทักเธอในใจพร้อมกับเคาะกระจกแก๊กๆ

เธอหันมาด้วยท่าทางเซอร์ไพรส์เต็มที่ ส่วนฉันโบกไม้โบกมือยิ้มแย้มทักทาย

  

ยิ่งนานวันเข้าความรักของฉันก็ยิ่งซึมลึก

มันอัดอั้นตันใจเหลือเกิน

ฉันคงจะคลั่งตายถ้าไม่ได้บอกสามคำนั้น (Those three little words)

ฉันรักเธอ (I love you.)

และหวังว่าเธอคงจะรู้สึกเหมือนๆกัน (You’d feel the same way I do.)

 

แล้ววันหนึ่งฉันก็ตัดสินใจบอกรักเธอ.....

ฉันได้ไปทำงานเช็ดกระจกที่ห้างของเธออีก

หลังจากก๋วยจี๊หันมาเห็นไอ้มะระ ฉันโบกมือทักทาย

แล้วฉันก็ละเลงโฟมจนเต็มกระจก

ก่อนจะบรรจงเอาฟองน้ำขัดตรงโฟมกลางออกเป็นรูปหัวใจดวงโต

พร้อมกับโพสท่าซารางเฮ ฉันรักเธอ!!”

ก๋วยจี๊ยิ้มอายๆ เธอเอามือทั้งสองปิดแก้มสีโกโก้ที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อๆ

แล้วก็เดินตรงมาเอาลิปสติกสีแดงแป๊ดเขียนเบอร์โทรศัพท์ให้ฉันบนกระจก

โอ้ว ไอ้มะระสมหวังขอรับพี่น้อง!!” (lucky in love)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

SOUNDTRACK (เพลงประกอบ)

UB40 – Can’t Help Falling In Love

Let Loose – Crazy For You

Elvis Presley – One-sided Love Affair

Celine Dion – I Love You

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

สงวนลิขสิทธิ์
 
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
 
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
08 November

Cookie Man (can กิน me!! ;-P)



มีขนมน่ารักๆมาแนะนำคร้าบพี่่น้อง ^ ^
พอดี "เพื่อนทราย" (พท.) พึ่งจะปลุกปั้นโปรเจ็ค "Cookie Man"
ขบวนการคุ้กกี้จิ๋ว หน้าตาน่ารัก สีสันสดใส
และรับรองว่าไม่ใช่ "แบ๊วแต่กินไม่ได้" ไม่มี! ไม่มี!
กินได้ไม่อายลิ้นแน่นอน โดยทาง พท. ขอรับประกันรสชาติ หุหุ

ช่วงนี้ก็กำลังเข้าหน้าเทศกาลพอดี...
พี่น้องท่านใดที่อยากหาซื้อของฝากน่ารักๆแถมกินได้ ก็อย่าลืมรับพิจารณา Cookie Man น้อยๆไว้ในอ้อมใจด้วย
เวลา ปชป. (ไปช็อปปิ้ง) ก็อย่าลืมแวะด้อมๆมองๆหาน้องๆคุกกี้ ติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนพ้องน้องพี่หรือแฟนจ๊ะแฟนจ๋ากันบ้าง เน้อครับเน้อ...

โดย Cookie Man จะเปิดตัววางจำหน่ายในวันที่ 28 พ.ย. นี้ที่ Loft / เซ็นทรัล ชิดลม / เซ็นทรัล เวิลด์ / และ อิเซตัน
และจะไปร่วมจำหน่ายในงาน Gift Festival ที่พารากอน ในเดือน ธ.ค. นี้ด้วยครับพ้ม~ ^ ^
 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Bitte warten...
Der eingegebene Kommentar ist zu lang. Bitte kürzen Sie ihn.
Sie haben keine Angabe gemacht. Bitte versuchen Sie es erneut.
Ihr Kommentar kann im Moment leider nicht hinzugefügt werden. Bitte versuchen Sie es später erneut.
Zum Hinzufügen eines Kommentars ist die Erlaubnis von einem Elternteil erforderlich. Erlaubnis einholen
Der Elternteil hat die Kommentarfunktion deaktiviert.
Ihr Kommentar kann im Moment leider nicht gelöscht werden. Bitte versuchen Sie es später erneut.
Sie haben die maximale Anzahl an Kommentaren, die pro Tag zugelassen sind, überschritten. Versuchen Sie es in 24 Stunden erneut.
Kommentare wurden in Ihrem Konto deaktiviert, da in unseren Systemen angegeben wird, dass Sie anderen Benutzern möglicherweise unerwünschte E-Mails versenden. Wenn Sie der Meinung sind, dass es sich beim Deaktivieren Ihres Kontos um einen Fehler handelt, wenden Sie sich an Windows Live Support.
Schließen Sie die Sicherheitsüberprüfung unten ab, damit Sie ein Kommentar hinterlassen können.
Die bei der Sicherheitsüberprüfung eingegebenen Zeichen müssen den Zeichen im Bild oder in der Audiodatei entsprechen.